• Welcome to ลงประกาศฟรี โปรโมทเว็บ SEO SMF PBN.
 

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ถือเป็นต้นกำลังที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของโรงงานอุตสาหกรรมในตอนนี้ &&

Started by www.SeoNo1.co.th, Sep 15, 2025, 04:24 PM

Previous topic - Next topic

www.SeoNo1.co.th

 มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงนับว่าเป็นต้นกำลังที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของโรงงานอุตสาหกรรมในตอนนี้



ข้อดีหลักๆของมอเตอร์ประเภทนี้คือสามารถปรับความเร็วได้ตั้งแต่ระดับที่ค่อนข้างต่ำสุดไปจนถึงสูงสุดโดยมักใช้กับระบบอุตสาหกรรม เป็นต้นว่า โรงงานทอผ้า, โรงงานถลุงโลหะ, โรงงานเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ทั้งนี้ก่อนที่จะไปกระทำใช้งานมอเตอร์กระแสไฟฟ้าประเภทนี้ พวกเราจึงควรรู้จักกับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆรวมทั้งรูปแบบการทำงานให้ถูกหลักด้วยเพื่อจะได้เลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง

องค์ประกอบของ มอเตอร์กระแสไฟฟ้า ไฟฟ้ากระแสตรง

1. เฟรมหรือโยค (Frame or Yoke) : เป็นโครงด้านนอกเปรียบได้กับ  มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ทางเดินของแม่เหล็กจากขั้วเหนือไปขั้วใต้ ช่วยยึดองค์ประกอบอื่นๆให้แข็งแรง

2. ขั้วแม่เหล็ก : จะมี 2 ส่วน เป็นแกนขั้วแม่เหล็กกับขดลวดสนามแม่เหล็ก

3. ตัวหมุน (Rotor) : จะมีผลให้กำเนิดกำลัง ลักษณะมีแกนวางอยู่ตรงกระสุนปืน ประกอบไปด้วย 4 ส่วนสำคัญๆเป็น แกนเพลา, แกนเหล็กอเมเจอร์, คอมมิวเตเตอร์ และก็ขดลวดอเมเจอร์

4. แปรงถ่าน : ทำมาจากคาร์บอนทรงสี่เหลียมผืนผ้า จำเป็นต้องสัมผัสกับซีคอมมิวเตเตอร์ตลอดเวลาเพื่อรับกระแสไฟฟ้าพร้อมส่งระหว่างขดลวดอเมเจอร์กับวงจรไฟฟ้าด้านนอก

รูปแบบการทำงานพื้นฐานของ มอเตอร์กระแสไฟฟ้า ไฟฟ้ากระแสตรง

พอแรงดันไฟฟ้าเข้าไปยังมอเตอร์ ส่วนหนึ่งจะเข้าแปรงถ่านผ่านคอมมิวเตเตอร์ต่อเข้าไปยังขดลวดอเมเจอร์เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กขึ้นมา ในเวลาที่กระแสไฟอีกส่วนจะไหลไปยังขดลวดสนามไฟฟ้า  มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง เกิดเป็นขั้วเหนือ-ขั้วใต้ นำมาซึ่งการก่อให้เกิดสนามแม่เหล็ก 2 สนาม โดยคุณลักษณะของแม่เหล็กทิศทางตรงข้ามจะลบล้างกัน ส่วนทิศทางเดียวกันเสริมแรงกันกำเนิดเป็นแรงบิดในตัวอเมเจอร์หมุนได้เรียกว่าตัวหมุนหรือ Rotor ด้วยแม่เหล็กทั้งคู่ที่เกิดปฏิกิริยาต่อกัน ทำให้การหมุนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเกิดขึ้น เพื่อทำให้มอเตอร์กระแสไฟฟ้า กระแสไฟตรง สามารถใช้งานได้นั่นเอง

มอเตอร์กระแสไฟฟ้า กระแสสลับ 3 เฟส

เป็นมอเตอร์ยอดนิยมมากมายในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ใช้กับระบบไฟฟ้ากระแสสลับ การใช้งานรากฐานคือเปลี่ยนแปลงพลังงานไฟฟ้าให้กลายเป็นพลังงานมายากล ส่วนที่ปฏิบัติภารกิจเปลี่ยนแปลงกำลังไฟฟ้าเป็นขดลวดในสเตเตอร์ เมื่อได้รับกำลังไฟฟ้าก็จะสร้างสนามไฟฟ้าขึ้น และจะไปนำมาซึ่งการเหนี่ยวนำของกระแสไฟขึ้นในขดลวดของโรเตอร์ หรือ เรียกว่าตัวหมุน ซึ่งคือส่วนที่ปฏิบัติภารกิจให้พลังงานมายากลนั่นเอง ก็เลยทำให้มีการเรียกมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับว่ามอเตอร์เหนี่ยวนำ

สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดเป็น

1. มอเตอร์กระแสไฟฟ้า ไฟฟ้ากระแสสลับแบบอินดักชั่น หรือ รั้งนำ– จะมีความเร็วพร้อมรอบคงเดิม เนื่องมาจากขึ้นกับความถี่ของบ่อเกิดกระแสไฟฟ้า ส่วนประกอบไม่ค่อยซับซ้อน ราคาถูก ทะนุบำรุงง่ายเพราะว่าไม่มีคอมไม่วเตเตอร์กับแปรงถ่านราวกับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง เมื่อใช้ร่วมกับเครื่องควบคุมความเร็วอินเวอร์เตอร์ก็จะสามารถคุมความเร็วได้ตั้งแต่0 ถึง ความเร็วสูงสุดของมอเตอร์
ข้างในประกอบไปด้วยโรเตอร์, ขดลวดสนามแม่เหล็ก, มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง โครงมอเตอร์, ขั้วต่อสาย, ฝาครอบหัว, ฝาครอบท้าย สามารถแบ่งได้เป็น 2 จำพวกสำคัญๆอย่างเช่น อินดิกชั่นมอเตอร์แบบทรงกระรอกกับอินดิกชั่นมอเตอร์แบบขดลวด การใช้แรงงานขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเครื่องจักร

2. มอเตอร์กระแสไฟฟ้า กระแสสลับแบบสิงโครนัส– จะเป็นมอเตอร์ขนาดใหญ่ขนาดกำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 150 KW ไปจนกระทั่ง 15 MW ระดับความเร็วตั้งแต่ 150 – 1,800 RPM มีส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วนคือ

- สเตเตอร์ (Stator) จะเป็นราวกับแบบอินดักชั่น มีร่องพันขดลวด 3 ชุด เฟสละ 1 ชุด พอเพียงจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟสให้สเตเตอร์จะกำเนิดสนามแม่เหล็กหมุนขึ้นมา
- โรเตอร์ (Rotor) ลักษณะเป็นขั้วแม่เหล็กยื่น ขดลวดพันด้านข้างขั้วแม่เหล็กที่ยื่นออกมาโดยจะพันยื่นต่อกับแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสไฟตรงด้านนอกไม่ก็สร้างขั้วแม่เหล็กตรงโรเจอร์ เมื่อมีการจ่ายกระแสไฟฟ้ามายังสเตเตอร์จะกำเนิดเป็นสนามไฟฟ้าหมุนความเร็วพอๆกับความเร็วของสนามแม่เหล็ก มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ตรงสเตเตอร์นั่นเอง

สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ >> https://fms.co.th/ชวนทำความรู้จักกับมอเต/